27/10/2021

แนะนำเว็บหนังออนไลน์2019เต็มเรื่อง ดูฟรี ชมได้ 24 ชม

รีวิวหนังออนไลน์ฟรี 24 ชั่วโมง ดูหนังออนไลน์ใหม่2020 หนังเต็มเรื่อง หนังชนโรง ชัด HD … ดูหนังออนไลน์ฟรี 24 ชั่วโมง ชัดHD ดูหนังออนไลน์ใหม่ Movie 2019 – 2020 เต็มเรื่อง หนังไทย หนังฝรั่ง

‘วันงดสูบบุหรี่โลก’ 31 พฤษภาคม เปิดเผยยุคโควิดชาวไทยสูบลดลง 49.12%

“วันงดเว้นดูดบุหรี่โลก” ตรงกับวันที่ 31 พ.ค.ของทุกปี เชิญเช็คสถิติต่างๆเกี่ยวกับสถานการณ์การสูบ “ยาสูบ” ในประเทศไทย โดยยิ่งไปกว่านั้นในตอนการแพร่ระบาดโควิด-19 รอบใหม่ พบว่าแรงงานไทยบริโภคยาสูบน้อยลง 49.12%

เนื่องใน “วันงดเว้นดูดบุหรี่โลก” ที่ตรงกับวันที่ 31 พ.ค.ของทุกปี เชิญคนไทยมารู้จักสถิติต่างๆเกี่ยวกับสถานการณ์ “ยาสูบ” ไม่ว่าจะเป็นจำนวนนักดูด ปริมาณการบริโภคยาสูบในประเทศไทย และก็ล่าสุด.. จะพาไปดูผลที่เกิดจากการสำรวจการสูบยาสูบกรุ๊ปแรงงานในตอนโควิด-19 ระบาด กรุงเทวดาธุรกิจออนไลน์ เก็บรวบรวมข้อมูลมาให้รู้กัน ดังต่อไปนี้

1. คนไทยดูดบุหรี่น้อยลง ตอน “โควิด-19” ระบาด ปี 2564
มีข้อมูลอัพเดทจากศูนย์วิจัยและก็จัดแจงวิชาความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.) กล่าวมาว่า ศจย. ร่วมกับ “สวนดุสิตโพล” ได้ทำสำรวจเรื่อง “พฤติกรรมการบริโภคยาสูบของกลุ่มผู้ใช้แรงงานในตอนสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19” ในกรุงเทพมหานคร และก็ละแวกใกล้เคียง เมื่อม.ย. พุทธศักราช2564
โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็น ผู้ใช้แรงงานนอกระบบ/ในระบบ จำนวน 1,120 แบบอย่าง (เช่น มอเตอร์ไซด์รับจ้าง แท็กซี่ งานบ้าน เกษตร ประมง โรงงานอุตสาหกรรม เซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ ห้างร้าน)

ผลที่เกิดขึ้นจากการสำรวจพฤติกรรมการบริโภคยาสูบในตอนสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 รอบใหม่ พบว่า

• ผู้ใช้แรงงานที่บริโภคยาสูบในปริมาณน้อยลง เพราะรายได้น้อยลงเยอะที่สุด ร้อยละ 49.12

• รองลงมาเป็น ลดยาสูบด้วยเหตุว่ามีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ร้อยละ 29.57

• อันดับสามเป็นลดยาสูบเพื่อปรารถนาดูแลสุขภาพ ร้อยละ 16.29 เป็นลำดับ
โดยความถี่สำหรับเพื่อการบริโภคยาสูบ พบว่า กลุ่มผู้ใช้แรงงานบริโภคยาสูบเยอะที่สุด 6-10 มวนต่อวัน, รองลงมาอันดับสอง คือ 11-15 มวนต่อวัน ส่วนอันดับสาม คือ 1-5 มวนต่อวัน
ด้าน “ขั้นตอนการเลิกบริโภคยาสูบ” ที่กลุ่มผู้ใช้แรงงานได้คิดแผนไว้ ผลที่เกิดจากการสำรวจพบว่า ส่วนใหญ่ใช้วิธีลดจำนวนมวนยาสูบลง เยอะที่สุด ร้อยละ 57.63 รองลงมาเป็นหยุดดูดทันที (หักดิบ) ร้อยละ 34.41 และก็รับคำชี้แนะเพื่อเลิกยาสูบ ร้อยละ 3.39

2. สถิติการบริโภคยาสูบของคนไทย ปี 2563
สภาพัฒน์ฯ รายงานสถานการณ์ดื่มสุราและก็ดูดบุหรี่ เมื่อตอนไตรมาส 3 ในปี 2563 ระบุว่า คนไทยบริโภคเหล้าและก็ยาสูบน้อยลง 5.5% โดยเหล้าน้อยลง 7.5% ยาสูบน้อยลง 2.5%
ด้านคณะกรรมการควบคุมสินค้ายาสูบแห่งชาติ และก็เลขาการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่ดูดบุหรี่ กล่าวมาว่า ยาสูบและก็เหล้าเป็นสาเหตุของ “ภาระโรค” สร้างความสูญเสียทางสุขภาพจากการเจ็บป่วยและก็เสียชีวิตของคนไทยถึง 15.13% หรือเกือบ 1 ใน 6 ของภาระโรคทั้งผองในปี 2557
ยิ่งไปกว่านี้ยังมีผลลบต่อร่างกาย เศรษฐกิจ และก็สังคม อีกทั้งระดับครัวเรือน ชุมชน และก็ประเทศ เป็นอุปสรรคต่อการไปถึงเป้าหมายการพัฒนาที่ยืนนานของสหประชาชาติ (อ่านเพิ่ม : สภาพัฒน์ฯ เปิดเผยไตรมาส 3/63 คนไทยดื่มเหล้า ดูดบุหรี่น้อยลง)

3. สถิติจำนวนนักดูด พบว่าน้อยลงแต่ว่าไม่มากมาย
ด้านสำนักงานสถิติแห่งชาติ มีรายงานพฤติกรรมการสูบยาสูบและก็การดื่มสุราของพลเมือง พุทธศักราช 2560 (ข้อมูลล่าสุดมีถึงปี 2560 เพียงแค่นั้น) โดยระบุว่าพลเมืองไทยที่มีอายุ 15 ปี มีทั้งผอง 55.9 ล้านคน เป็นผู้ที่ดูดบุหรี่หน้าใหม่ 10.7 ล้านคน (ร้อยละ 19.1) แยกเป็น
• ผู้ที่ดูดเสมอๆ 9.4 ล้านคน (ร้อยละ 16.8)
• ผู้ที่ดูดนานๆครั้ง 1.3 ล้านคน (ร้อยละ 2.3)
– พลเมืองกรุ๊ปเยาวชนอายุ 16-19 ปี มีอัตราการสูบยาสูบต่ำสุด ร้อยละ 9.7
– พลเมืองอายุ 20-24 ปี อัตราการสูบยาสูบ ร้อยละ 20.7
– พลเมืองอายุ 25-44 ปี มีอัตราการสูบยาสูบสูงสุด ร้อยละ 21.9
– พลเมืองอายุ 45-59 ปี อัตราการสูบยาสูบ ร้อยละ 19.1
– พลเมืองกรุ๊ปคนสูงอายุ (อายุ 60 ปีขึ้นไป) อัตราการสูบยาสูบ ร้อยละ 14.4
แนวโน้มการสูบยาสูบในพลเมืองอายุ 15 ปีขึ้นไป น้อยลงไม่มากมาย แต่ว่าน้อยลงอย่างสม่ำเสมอ จากร้อยละ 20.7 ในปี 2557 เป็นร้อยละ 19.9 ในปี 2558 และก็ร้อยละ 19.1 ในปี 2560
เพศชายที่ดูดบุหรี่น้อยลงมากยิ่งกว่าเพศหญิง โดยเพศชายน้อยลง ร้อยละ 40.5 ในปี 2557 เป็นร้อยละ 39.3 ในปี 2558 และก็ร้อยละ 37.7 ในปี 2560 สำหรับเพศหญิงน้อยลงจากร้อยละ 2.2 ในปี 2557 เป็นร้อยละ 1.8 ในปี 2558 และก็ร้อยละ 1.7 ในปี 2560
ทั้งยัง มีข้อมูลที่ได้รับมาจากแผนกแพทยศาสตร์ โรงหมอรามาธิบดี ได้ทำรายงานสำรวจปัจจัยการเสียชีวิตจากยาสูบในปี 2560 ก่อนหน้าที่ผ่านมา พบว่า คนไทยเสียชีวิตจากการสูบยาสูบ 72,656 ราย ทำให้เกิดค่าสูญเสียทางด้านเศรษฐกิจ เช่น ค่ารักษาพยาบาลปีละ 77,626 ล้านบาท ค่าขาดรายได้จากการเจ็บป่วย 11,762 ล้านบาท ค่าความสูญเสียจากการเสียชีวิตก่อนวัยฯ 131,073 ล้าน รวมเบ็ดเสร็จปีละ 220,461 ล้านบาท หรือเฉลี่ย 20,565 บาท ต่อผู้ดูดบุหรี่ 1 คนต่อปี

buri1

4. “วันงดเว้นดูดบุหรี่โลก” 2564 รณรงค์ เลิกดูด ลดเสี่ยง คุณทำเป็น
กระทรวงสาธารณสุข เชิญพลเมืองร่วมรณรงค์วันงดเว้นดูดบุหรี่โลก 31 พฤษภาคม 2564 “เลิกดูด ลดเสี่ยง คุณทำเป็น” เพื่อเกื้อหนุนให้เลิกดูดสินค้ายาสูบทุกจำพวก ลดการเสี่ยงการรับเชื้อ ลดแพร่กระจายเชื้อโควิด-19
องค์การอนามัยโลก (WHO) กำหนดให้วันที่ 31 พ.ค.ของทุกปี เป็น “วันงดเว้นดูดบุหรี่โลก” และก็ปีนี้ได้กำหนดประเด็นการรณรงค์ว่า “COMMIT TO QUIT” เพื่อ 180 ประเทศสมาชิกสนับสนุนเชิงแนวนโยบาย และก็ดำเนินกิจกรรมเพื่อสร้างความตระหนักถึงอันตรายและก็อันตรายของบุหรี่ทุกจำพวก เกื้อหนุนให้ผู้ดูดบุหรี่ทั้งโลกเลิกยาสูบให้ได้ 100 ล้านคน
สำหรับประเทศไทย ได้กำหนดประเด็นเน้นติดต่อสื่อสารไปยังพลเมือง ภายใต้คำขวัญ “เลิกดูด ลดเสี่ยง คุณทำเป็น” เพราะในสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 พบว่า พฤติกรรมการ “ดูดบุหรี่” ถือเป็นพฤติกรรมเสี่ยง เพิ่มโอกาสรับเชื้อหรือแพร่กระจายเชื้อโควิดได้ มีรายงานเจอผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิด-19 มีประวัติการสูบยาสูบหรือยาสูบไฟฟ้า ส่วนใหญ่มักมีสุขภาพปอดไม่แข็งแรง ทำให้มีลักษณะร้ายแรง และก็เสี่ยงถึงขั้นเสียชีวิตได้

กระทรวงสาธารณสุข ขอเชิญผู้ดูดบุหรี่หันมาเลิกยาสูบ ซึ่งทาง สธ. ได้จัดโครงงานระบบบริการเลิกยาสูบแบบครบวงจร ช่วยผู้ที่ปรารถนาเลิกยาสูบเข้าถึงบริการและก็รับคำปรึกษา โทรฟรีสายด่วนเลิกยาสูบทางโทรศัพท์แห่งชาติ โทร.1600
———————–
อ้างอิง :
ศูนย์วิจัยและก็จัดแจงวิชาความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ
สำนักงานสถิติแห่งชาติ1
สำนักงานสถิติแห่งชาติ2
กระทรวงสาธารณสุข