Posted on: 10/01/2021 Posted by: Edgar Diaz Comments: 0

55

อัพเดทล่าสุด! แอพพลิเคชั่น “หมอชนะ” เวอร์ชั่นปัจจุบัน (4 ม.ค. 64) ขออนุญาตเข้าถึง “ข้อมูลส่วนบุคคล” อะไรบ้าง หลังเกิดกระแสกังวลเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งาน และมีการแชร์ข้อมูลเก่าเมื่อปีที่แล้ว

ภายหลังมีการระบาดของวัววิด-19 ระลอกใหม่ในประเทศไทย ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสวัวโรทุ่งนา 2019 (ศบค.) ได้ประกาศขอความร่วมมือให้ประชาชนให้ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น “แพทย์ชนะ” เพื่อความสบายสำหรับในการติดตามข้อมูลการเดินทางของประชาชนในเรื่องที่ติดเชื้อ และหากคนเจ็บที่มีสมาร์ทโฟนรองรับ แต่ว่าไม่ได้ดาวน์โหลดแอพแพทย์ชนะและปกปิดข้อมูลจะนับว่ามีความผิด ทำให้คนประเทศไทยไม่น้อยเลยทีเดียวกลับมาให้ความสนใจแอพ แพทย์ชนะ กันอีกที
อย่างไรก็ตาม กระแสตื่นตัวนี้มากับความตื่นตระหนก เพราะว่าคนจำนวนไม่น้อยหวั่นเกรงว่า แอพพลิเคชั่นดังกล่าวข้างต้นอาจเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวมากจนเกินไปไหม

นอกเหนือจากนี้ ในโลกออนไลน์ยังมีการแชร์อินโฟกราฟฟิกจากรายงานที่กรุงเทพธุรกิจเผยแพร่เมื่อเดือน ไม่.ย. ปีที่แล้ว ชื่อ รู้ยัง ‘แพทย์ชนะ/MorChana’ ชนะ! เรื่องเข้าถึง ‘ข้อมูลส่วนตัว’ ซึ่งอ้างอิงจากผลงานวิจัยชื่อ “Privacy Sweep” เกี่ยวกับ “แอพพลิเคชั่นมือถือติดตามประชาชน” ใน 6 ประเทศอาเซียนรวมถึงไทย เมื่อเดือน พ.ค. 2563 ที่ทำโดย ดาต้า โปรเทคชัน เอ็กเซลเลนซ์ (Data Protection Excellence) หรือ DPEX โครงข่ายด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนตัวซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในสิงคโปร์

เวลานี้ ผลการวิจัยดังกล่าวข้างต้นซึ่งอิงจากการขออนุญาตเข้าถึงข้อมูลของแอพแพทย์ชนะ เวอร์ชั่น 1.4 (19 เม.ย. 2563) พบว่า แพทย์ชนะเป็นแอพพลิเคชั่นติดตามประชาชนที่ขออนุญาตเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวเยอะที่สุด เมื่อเทียบกับแอพของเพื่อนบ้านอีก 5 ประเทศ

นอกเหนือจากนี้ยังพบว่า แพทย์ชนะขออนุญาตเข้าถึงส่วนต่างๆในมือถือของผู้ใช้ ตั้งแต่ กล้องที่เอาไว้สำหรับถ่ายภาพ, ประวัติการใช้งานวัสดุอุปกรณ์และแอพ, ตำแหน่งผู้ใช้, ไมโครโฟน, คลังเก็บของรูปภาพ/คลิป/ไฟล์อื่นๆ, พื้นที่เก็บข้อมูล และข้อมูลการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไร้สาย หรือ Wi-Fi
อย่างไรก็ตาม แพทย์ชนะ เวอร์ชั่น 2.0.1 (4 เดือนมกราคม 2564) มีการปรับเปลี่ยนหัวข้อการขออนุญาตเข้าถึงและการจัดเก็บข้อมูลแล้ว กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ เชิญไปอัพเดทข้อมูลกันอีกทีว่า เวอร์ชั่นเดี๋ยวนี้มีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้าง
จากการตรวจสอบ “สิทธิ์ของแอพ” สำหรับในการขออนุญาตเข้าถึงข้อมูลของแพทย์ชนะ เวอร์ชั่น 2.0.1 ที่ระบุบนหน้าดาวน์โหลดแอพบน Google Play Store พบว่า มีการเปลี่ยนแปลงไม่มากสักเท่าไรนัก โดยหัวข้อเดียวที่หายไปจากเวอร์ชั่นเมื่อปีที่แล้วคือ Record audio หรือการขออนุญาตเข้าถึงไมค์โทรศัพท์มือถือ ซึ่งเดี๋ยวนี้ไม่มีอยู่แล้ว

ท่อนหัวข้ออื่นๆที่แอพแพทย์ชนะเคยขออนุญาตเข้าถึงในเวอร์ชั่นเก่าเมื่อปีที่แล้วก็ยังคงมีอยู่ ตัวอย่างเช่น กล้องที่เอาไว้สำหรับถ่ายภาพ, ประวัติการใช้งานวัสดุอุปกรณ์และแอพ (เวอร์ชั่นนี้ใช้คำว่า เรียกแอพพลิเคชั่นที่ทำงานอยู่), ตำแหน่งผู้ใช้, คลังเก็บของรูปภาพ/คลิป/ไฟล์อื่นๆ, พื้นที่เก็บข้อมูล และข้อมูลการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไร้สาย (เวอร์ชั่นนี้ใช้คำว่า มองการเชื่อมต่อโครงข่าย)
ระหว่างที่เพจเฟซบุ๊ค แพทย์ชนะ โพสต์แจกแจงช่วงวันที่ 7 เดือนมกราคม ว่า แอพแพทย์ชนะเวอร์ชั่นเดี๋ยวนี้ ขออนุญาตเข้าถึงส่วนต่างๆของสมาร์ทโฟน เพื่อจุดประสงค์ดังนี้

56

57

1. กล้องถ่ายรูป (Camera)
เพื่อใช้เพื่อสำหรับการถ่ายภาพของผู้ใช้งาน เพื่อการันตีว่าแอพนั้นเป็นของผู้ใช้งานจริง และใช้เพื่อสำหรับการสแกน QR Code ของ ไทยชนะ เพื่อกระทำการเช็คอินสถานที่

2. ตำแหน่งผู้ใช้ (Location)
เพื่อติดตามเส้นทางของผู้ใช้แอพ ซึ่งจะเป็นวัสดุให้กรมควบคุมโรคใช้ประกอบสำหรับในการสืบสวนโรค และใช้เพื่อสำหรับการค้นหาว่า ผู้ใช้แอพอยู่ในสถานที่เสี่ยงในตอนวันและเวลา ร่วมกับผู้ติดเชื้อไหม เพื่อกรมควบคุมโรคจะได้ส่งข้อความแจ้งเตือน

3. คลังเก็บของรูปภาพ (Picture)
แอพจะเก็บภาพถ่ายของผู้ใช้งานไว้ที่เครื่องของผู้ใช้งานเอง และจะไม่มีการเก็บภาพถ่ายไว้ที่ Server ศูนย์กลางของระบบแต่อย่างใด

4. พื้นที่เก็บข้อมูล (Store)
ในเรื่องที่มือถือไม่มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตแอพพลิเคชั่นจะเก็บข้อมูลเส้นทางการเดินทางเอาไว้ภายในโทรศัพท์มือถือก่อน เมื่อเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้แล้ว แอพจะส่งข้อมูลไปจัดเก็บที่ระบบศูนย์กลาง
ทั้งนี้ ไม่มีการเก็บข้อมูลส่วนตัว อาทิ ชื่อ นามสกุล เบอร์โทรศัพท์ อีเมล ที่อยู่ และอื่นๆในแอพพลิเคชั่นและระบบศูนย์กลาง ในทุกกรณี
ส่วนเรื่องความเป็นส่วนตัว แอพแพทย์ชนะไม่ขอข้อมูลส่วนตัวอะไรก็ตามไม่ว่าจะเป็นชื่อหรือเลขบัตรประชาชน การลงทะเบียนเป็นแบบไม่ระบุตัวตน (Anonymous) และมีการก่อตั้งผู้ตัดสินอิสระเพื่อตรวจสอบกระบวนการจัดแจงข้อมูล ให้เป็นไปตาม พ.ร.บ. ป้องกันข้อมูลส่วนตัว พ.ศ. 2562

58

เงื่อนไขการจัดเก็บข้อมูลของแพทย์ชนะคือ เมื่อผ่านวิกฤตการณ์วัววิด-19 แล้ว ข้อมูลทั้งหมดทั้งปวงจะถูกทำลายทิ้งในทันทีทั้งการโค้ดแอพยังมีลักษณะเป็น โอเพ่นซอร์ส (Open Source) เพื่อโปร่งใส ตรวจสอบได้ และไม่ยุ่งยากต่อการส่งต่อไปยังระบบอื่นๆเพื่อขยายผลถัดไปอีกด้วย

สำหรับแอพ แพทย์ชนะ ถือกำเนิดขึ้นด้วยความร่วมมือระหว่างภาครัฐนำโดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ที่ทำการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ สพร. และกระทรวงสาธารณสุข กับภาคเอกชน นำโดยกรุ๊ปผู้พัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์อิสระ ภายใต้ชื่อ “Code for Public” และกรุ๊ปผู้ที่มีความชำนาญด้านการพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์