เรื่องทั้งหมดโดย Edgar Diaz

ขุนแผน ฟ้าฟื้น (2019) Khun Phaen Begins

ขุนแผน ฟ้าฟื้น ภายใต้ฉากหน้าอันสุขสงบ ภัยสงครามระหว่างสองอาณาจักรกำลังก่อตัวขึ้น อยุธยาจำเป็นต้องเตรียมพร้อมจัดการกับแผนร้ายเมื่อศัตรูต่างถิ่นได้ส่งจอมเวทย์ด้านมืดนาม แสนตรีเพชรกล้า (ปราโมทย์ แสงสว่างศร) รวมทั้งพรรคพวกมาลอบสังหารอำมาตย์ใหญ่ผู้นำหน่วยอาทมาต

แก้ว (มาริโอ้ เมาเร่อ) ชายหนุ่มร่อนเร่พเนจรผู้สูญเสียความทรงจำวัยเยาว์ไปด้วยเหตุอันเป็นปริศนา เขาเดินทางกับ เพชร (สิรินัฎฐ์ อภิจันทร์เดช) เพื่อนสนิท สู่อยุธยาหมายแสวงโชค แม้กระนั้นแก้วกลับได้เจอ ช้าง ฟิลลิปส์ ณัทธนพล ทินโรจน์) รวมทั้ง พิม (ยงวรี งามเกษม) เพื่อนเก่าสมัยเด็ก ภาพสมัยก่อนของตัวเองจึงค่อยๆร้อยเรียงเรียงร้อยต่อขึ้นว่าโดยความเป็นจริงแล้ว เขามีพ่อเป็นกบฏจำเป็นต้องอาญากระทั่งถูกประหารชีวิต ยังความอับอายขายขี้หน้าไปในกลุ่มเจ้าขุนมูลนายรุ่นเดียวกัน

แก้วไปมีเรื่องมีราวกับอันธพาลท้องถิ่นกระทั่งถูกสั่งขัง แม้กระนั้นราวกับฟ้าลิขิตให้เขาได้เจอกับ คุณครูเดช (ศุภมือณ์ ธุระกาญจน์) จอมอาคมที่ปลอมตัวมาเพื่อหาศิษย์ เดชเห็นแววว่าแก้วจะเติบโตเป็นทหารผู้หาญกล้าจึงกระตือรืนร้นฝึกฝนสรรพวิชาให้ แก้วสมัครเข้าเป็นทหารอาสาเพื่อแก้ปมที่ถูกดูถูกเหยียดหยามว่าพ่อเป็นกบฏ การขับต้มระหว่างแก้วรวมทั้งช้างจึงเกิดขึ้นเพื่อแย่งความเป็นเลิศในกลุ่มทหารอาสารวมทั้งช่วงชิงหัวใจพิม หญิงอันเป็นที่รักของทั้งคู่

ระหว่างนั้น คลังสรรพาวุธของกองกองทัพถูกแสนตรีเพชรกล้าจู่โจม ข้างกระทรวงกลาโหมจึงสั่งเสริมกำลังรักษาความปลอดภัย แก้วรวมทั้งช้างพร้อมเหล่าทหารอาสาถูกหลักเกณฑ์ร่วมหน่วยอารักขาเหล่าผู้มาเยือนฝรั่งผู้ที่มาร่วมงานฉลองพระนคร แก้ว ช้าง รวมทั้งเหล่าทหารอาสา จะสามารถป้องกันอยุธยาจากผู้ทำร้ายร่างกายได้หรือไม่… ติดตามชม “ขุนแผน ฟ้ารู้สึกตัว” 10 ตุลาคมนี้ ในโรงหนัง

Khun Phaen Begins

ขุนแผน ฟ้าฟื้น

เมื่อหนังออนไลน์ เจ้าใหญ่มิได้มีเพียงแค่เจ้าเดียว

ไม่เพียงแค่นั้น Amazon Premium ที่แม้ว่าจะเปิดตัวไปสุดแท้แต่ยังไม่มีอะไรน่าตื่นตาตื่นใจมากมายเยอะแค่ไหน แต่ว่าก็ใช่ว่าจะวางใจได้ เพราะว่าในช่วงเวลานี้แอมะซอนพรีเมียมพึ่งทุ่มเงินลงทุนมากถึง 1 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อสร้างซีรีส์ Lord of the Rings โดยได้ผู้กำกับ เจ. เอ. บาโยน่า จาก Jurassic World : Fallen Kingdon มากำกับ หวังโกยความชื่นชอบและยอดลงทะเบียนเป็นสมาชิกเหมือนดังที่เอชบีโอทำเป็นจากเกมออฟโธรน และเมื่อมองจากเงินลงทุนและโครงข่ายที่แอมะซอนมีแล้ว นี่คืออีกหนึ่งคู่ต่อสู้ที่รอวันในขณะที่สมควรสำหรับการจะผงาดขึ้นมาเป็นผู้เล่นหลักในตลาดการแข่งขันชิงชัยนี้อีกหนึ่งเจ้า ดูหนังออนไลน์ ชัด

ในขณะ Apple ภายหลังที่ประกาศปิด iTunes ไปพร้อมแยกออกเป็นสามช่องทางที่ให้บริการแยกส่วนกัน เว้นแต่ตลาดการดาวน์โหลดเพลงผ่านลูกแอปเปิ้ลไม่วสิกแล้ว ลูกแอปเปิ้ลทีวีคือสิ่งที่ลูกแอปเปิ้ลกำลังปลุกปั้นและซุ่มเงียบอยู่ แต่ว่าในวงการนี้คงจะไม่มีคำว่าเงียบอย่างแท้จริง เพราะว่าข่าวล่าสุดที่ออกมาก็คือ ลูกแอปเปิ้ลประสานมือกับผู้กำกับระดับโลกอย่างสตีเวน สปีลเบิร์ก สร้างภาพยนตร์และคอนเทนต์ในลูกแอปเปิ้ลทีวี ส่วนและประสานมือกับโอปราห์ วินฟรีย์ทำรายการด้วยกัน เรียกว่าได้สองยักษ์ใหญ่ของวงการเบิกบานมาเป็นแรงหนุน

และแม้แอปเปิลพร้อมเมื่อใด ด้วยโครงข่ายของโทรศัพท์ไอโฟนที่ใช้กันทั้งโลก ก็จะก่อให้แอปเปิลสยายปีกการให้บริการสตรีมมิ่งด้านภาพยนตร์และสื่อเบิกบานในระดับโลกได้อย่างง่ายๆนัก และมันน่าสะพรึงกลัวมากมายสำหรับเอชบีโอ เน็ตฟลิกซ์ และแอมะซอน

ตลาดการแข่งขันชิงชัยช่องสตรีมมิ่งยังไม่หมดเพียงแต่นี้ จากข่าวสารที่ช่อง NBC ขอคืนรายการ The Office และซีรีส์เรื่อง Friends จากเน็ตฟลิกซ์ด้านในปี 2020 เพื่อจะนำไปเผยแพร่ผ่านแนวทางการทำช่องสตรีมมิ่งเอง ก็กล่าวได้ว่า ขาใหญ่ดูเหมือนจะทุกรายหันลงมาเล่นตลาดนี้ และที่น่าอนาถมากมายไปกว่านั้นสำหรับเน็กฟลิกซ์ก็คือ The Office ถือเป็รายการที่มียอดชมสูงสุดของเน็กฟลิกซ์อีกด้วย นี่ยังไม่รวมทั้ง CBS All Access ที่มี Star Trek: Discovery เป็นตัวชูโรง และ YouTube ที่กำลังซุ่มพัฒนารูปแบบของการให้บริการของตนเองอยู่ผ่านทางยูทู้บทีวี กล่าวได้ว่าสิ้นปีนี้ไปจนถึงปี 2020 คือศึกของธุรกิจช่องสตรีมมิ่งเลยทีเดียว

หนังออนไลน์

ดูโบรูโตะ BORUTO-ボルト- NARUTO NEXT GENERATIONS

ข้างหลังการทำศึกนินจาครั้งที่ 4 ท้องนารูโตะได้เป็นโฮคาเงะคนที่ 7 ของหมู่บ้าน และก็ได้มีลูกกับ ฮิวกะ ฮิท้องนาตะ เรื่องราวจะโฟกัสไปที่ลูกชายคนโตชื่อ โบรูโตะ ได้เข้าในโรงเรียนนินจาพร้อมทั้งเพื่อนร่วมรุ่นผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อย อยู่ในกลุ่มของ วัวโนฮามารุ ร่วมกับ ซาราดะ บุตรสาวของซาสึเกะกับซากุระ และก็ ไม่ตสึกิ มีกรณีคนถูกสิงโดยเรียกว่า “โกสต์” มีเพียงโบรูโตะผู้เดียวที่มองเห็นและก็เกิดการลักขโมยจักระในหมู่บ้านนินจา

มังงะ Boruto ภาคสปินออฟของ ท้องนารูโตะ ผลงานการปั้นเรื่องของ Kodachi Ukyou วาดรูปประกอบโดย Ikemoto Mikio เขียนในนิตยสาร Shounen Jump รายสัปดาห์ ลิขสิทธิ์ของสถานที่พิมพ์ Shueisha เริ่มเขียนพฤษภาคม 2016 วางจำหน่ายเล่ม 3 เมื่อพ.ค. 2017 ยังไม่จบ

มังงะ Naruto ผลงานของ Kishimoto Masashi เขียนช่วงปี 1999-2014 จำนวน 72 เล่มจบ ภาคอนิเมะแบ่งเป็นสองภาค ภาคแรกเริ่มฉายปี 2002 – 2007 จำนวน 220 ตอน ก่อนจะขึ้นภาคใหม่ Naruto: Shippuden (ตำนานพายุสลาตัน) และก็ยังคงฉายอยู่ถึงปี 2017 โดยถึงเวลาที่ 488 ในช่วงวันปีใหม่ 2560 ยังไม่จบ มีกำหนดจบภาค Shippuden ในตอนที่ 500

ชื่ออื่น: BORUTO-ボルト- NARUTO NEXT GENERATIONS

 Boruto: Naruto Next Generations

โบรูโตะ

ดูหนังผ่านอินเตอร์เน็ต alita Battle Angel (2019) อลิตา แบทเทิล แองเจิ้ล

ดูหนังออนไลน์ alita Alita: Battle Angel / อลิตา กางทเทิล แองเจิ้ล ภาพยนตร์ดัดแปลงแก้ไขจากการ์ตูนญี่ปุ่นเรื่อง ALITA เพชฌฆาตไซบอร์ก หรือในชื่อญี่ปุ่นว่า Gunnm ซึ่งเขียนโดย คิชิโระ ยูกิโตะ แล้วก็ได้รับการดัดแปลงแก้ไขเป็นแอนิเมชั่นจากเรื่องราวในหนังสือเล่มแรกๆในชื่อ Battle Angel เรื่องราวเกิดขึ้นในอนาคตอันไกลโพ้น ซึ่งไซบอร์คและก็หุ่นยนตร์กลายเป็นเรื่องธรรมดา เมืองลอยฟ้าทิฟาเรส กุมความลับอันดำสนิท มันทิ้งขยะไม่มีคุณค่าลงสู่โล่งเตียนเบื้องล่าง และก็ที่ลานทิ้งขยะนั้นเอง แพทย์ไซบอร์ค อิโดะ พบกับชิ้นส่วนหัวแล้วก็ลำตัวของเด็กผู้หญิงไซบอร์คที่ยังมีชีวิตอยู่ได้ มีเพียงสมองของคุณเพียงแค่นั้นที่เป็นมนุษย์ ส่วนอื่นภายในร่างกายของคุณล้วนเป็นเครื่องจักร คุณความจำเสื่อมทั้งหมดทั้งปวงในอดีตสมัย แล้วก็เป็นที่รู้จักใหม่จากอิโดะ “เอลิตา” เขาสร้างคุณขึ้นมาใหม่อีกครั้งแล้วก็กลายเป็นเปรียบเหมือนบิดาของคุณในฐานะผู้มอบร่างกายใหม่ให้ แต่ ข่าวการฆาตกรรมบ่อยได้เริ่มแพร่ไปไปในเมือง อลิตาเริ่มสงสัยอิโดะในฐานะผู้ทำเพื่อหาชิ้นส่วนร่างกายให้ท่าน แม้กระนั้นเมื่อคุณติดตามเขาออกไปในคืนวันหนึ่ง ก็เลยได้พบว่าที่จริงเขากำลังตามจับกุมตัวคนร้าย ภายใต้ฐานะ “ฮันเตอร์ วอร์ริเอ้อร์” ที่เขาได้รับมอบหมายมา ระหว่างการเข้าปะทะกับคนร้ายตัวจริงนั้น สัญชาติญาณของเด็กผู้หญิงก็ดำเนินงาน คุณล้มคนร้ายได้ด้วยศิลปะการต่อสู้โบราณ ผลสุดท้าย คุณก็เลยตกลงใจเข้าช่วยเหลืออิโดะสำหรับการคุ้มครองปกป้องความเป็นธรรม แล้วก็ได้เปลี่ยนแปลงมาเป็นฮันเตอร์วอร์ริเออร์เช่นเดียวกัน คุณปลดล็อคความรู้ความเข้าใจแล้วก็พลังที่จริงจริงของตนเอง เข้าต่อสู้กับศัตรูที่แสนอันตราย แล้วก็เพื่อนพ้องผู้ถือมั่นในอุดมการณ์

Alita Battle Angel

อลิตา แบทเทิล แองเจิ้ล

ดูหนังฟรี ทรานฟอร์เมอร์ 5

Transformers: The Last Knight จะจุดโฟกัสไปที่ ออพตำหนิมัส พงม์ ออโต้บอตส์ที่กำลังกลับไปยังดาวบ้านเกิดอย่าง ดาวไซเบอร์ตรอน รวมทั้งพบว่าดาวของตัวเองได้ถูกทำลายลง ซึ่งเขานั้นก็มีส่วนที่ทำให้ดาวถูกทำลายด้วย เพื่อจะทำให้ดาวของเขากลับมาปกติสุขได้นั้นออพตำหนิมัส พงม์ ต้องตามหาวัตถุชิ้นหนึ่งที่อยู่บนโลกมนุษย์ รวมทั้งวัตถุที่ว่านั้นก็เกี่ยวเนื่องไปถึง “เมอร์ลิน” พ่อมดในตำนานสมัยกษัตริย์อาคุณร์ด้วย แต่ออพตำหนิมัสเสียท่า กระทั่งถูก“ผู้ผลิต” (ควินเทชชั่น เผ่าพันธุ์ผู้ทรงภูเขาไม่ จุดกำเนิดทรานฟอร์เมอร์ส ตามฉบับการ์ตูน) ทำให้แปลงเป็นศัตรูของเหล่ามนุษย์ไป ทรานฟอร์เมอร์ 5

ดูเหมือนกับว่าพลังคาถามากมายที่ เมอร์ลิน ได้รับนั้นมีที่มาจาก ทรานสฟอร์เมอร์ส รวมทั้งพลังนั้นก็สิงสถิตอยู่ในวัตถุชิ้นนั้นนั่นเอง แม้เราจะยังไม่ทราบเนื้อหากระจ่างแจ้งนัก แต่มีการคาดการณ์ว่า วัตถุที่ว่านั้นอาจเกี่ยวเนื่องกับ “กระบี่เอ็กซ์ติดอยู่ลิเบอร์” ของกษัตริย์อาคุณร์อีกด้วย

แต่ทว่าโลกในตอนนี้ กลุ่มมนุษย์ได้ตั้ง “กองกำลังทหาร TRF” ขึ้นมาตามล่ารวมทั้งทำลายเหล่าทรานส์ฟอร์เมอร์ ด้วยเทคโนโลยีทั้งหุ่นยนต์รวมทั้งโดรนที่ต่อยอดจากการศึกษาค้นคว้าวิจัยซากเหล่าชาวไซเบอร์ตรอนที่ตายในสงครามคราวก่อนๆแถมโลกเองก็อยู่ในสถานการณ์ย่ำแย่เต็มที ทำให้เคด เยเกอร์ (มาร์ค วอห์ลเบิร์ก) แปลงเป็นบุคคลดวงกุดที่ถูกตามล่าโดยข้างทหารรับจ้าง ในฐานะวัตถุประสงค์สำคัญจากการที่เขาเข้ามาเป็นพวกกับออโตบ็อต รวมทั้งได้เข้าช่วยเหลืออิซาเบลลา (อิซาเบลา โมเนอร์) กระทั่งทำให้เขาจะต้องเดินทางไปยังอังกฤษ เพื่อสืบเสาะหาต้นตอของเรื่องราวทั้งปวง

Transformers: The Last Knight จะมีการผูกเอาการราวของกลุ่มอัศวินโต๊ะกลม รวมทั้งทีมสร้างยังระบุว่า นี่จะเป็นจุดเริ่มแรกของสงครามจักรกลบนโลกที่ใช้เวลาสร้างอีกช้านานตั้งแต่นี้เป็นต้นไปหลายสิบปี รวมทั้งยังมีเนื้อหาแยกย่อยที่กำลังจะตามมา โดยยึดเอาเค้าโครงเส้นประเด็นนี้เป็นหลัก ซึ่งแม้กระทั้งตัวของ ไมเคิล เบย์ ก็ออกมาเห็นด้วยว่าภาคก่อนหน้าอย่าง Transformers: Age of Extinction ก็ไม่ได้เข้าที่เข้าทางเท่าไหร่ในส่วนของเนื้อหา ที่จะต้องปูบทยบาทใหม่ในจักรวาลเดิม รวมไปถึงการหาจุดเชื่อมโยง ราวกับเป็นการหยั่งเสียงมากกว่า

Transformers 5 : The Last Knight

ทรานส์ฟอร์เมอร์ส 5 : อัศวินรุ่นสุดท้าย 

รีวิวซี่รี่ย์เกาหลี Doctor John

Doctor John เป็นละครทางด้านการแพทย์ที่เล่าเรื่องราวของความเจ็บปวด หมอที่หามูลเหตุแห่งความเจ็บปวดของคนไข้ได้ยังไง โดยแสดงออกมาในแบบอย่างการไล่หลังอย่างระทึกขวัญ คล้ายๆกับนักสืบที่กำลังตามล่าโจรอย่างยังไงอย่างนั้น ละครยังมีเรื่องมีราวของการแย้งกันของการดูแลและรักษาโรคสุดที่รักษาไม่หาย “ชาโยฮัน” (จีซอง) อาจารย์วิสัญญีหมอฝีมือยอดเยี่ยม สมญานาม “คุณหมอ 10 วิ” เขาสามารถหาต้นเหตุของโรคได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว และ “คังชียอง” (อีเซยอง) วิสัญญีหมอปีที่ 2 พวกเขาร่วมมือกันเพื่อหาต้นเหตุของโรคประหลาด

Doctor John

หมอหัตถ์เทวดา

รีวิว สไปเดอร์แมน 1 Amazing Spider Man

ย้อนกลับไป “The Amazing Spider-Man” ภาคแรก ผมให้คำนิยามแก่ภาคนั้นไว้ว่า “ตื่นตาตื่นใจกว่าที่คิด แม้กระนั้นยังไม่จับอกจับใจซักเท่าไหร่” ด้วยเหตุผลหลักคือถึงแม้ Spider-Man เวอร์ชัน Marc Webb จะมีงานสร้างที่ดูน่าประทับใจและก็ตรงจิตใจ Comic ไม่น้อย แม้กระนั้นในฐานะคนที่มิได้ตาม Comic ยังมีความคิดว่ามันยังไปไม่สุดในด้านอารมณ์ความรู้สึก ซึ่งปัญหาเหล่านั้นก็ยังคงอยู่ในภาค 2 ถ้าหากถามว่า “The Amazing Spider-Man 2″ สนุกมั้ย ตอบได้เลยว่าสนุก แม้กระนั้นถ้าหากถามว่าสุดมั้ย บอกเลยว่าไม่

หนัง Superhero ภาคต่อมีจุดเหนือกว่าหนังภาคแรกตรงที่ไม่ต้องเสียเวล่ำเวลาเล่าแหล่งกำเนิดอีกต่อไป สามารถเล่าราวที่ต้องการได้เต็มกำลัง แม้กระนั้นในช่วงนี้ คนจำนวนไม่น้อยอยากดูหนัง Superhero ที่เป็นมากกว่าเพียงแค่หนัง Superhero หนังภาคต่อก็เลยต้องสร้างสรรค์ Theme ของเรื่องให้น่าดึงดูดเพียงพอ ไม่งั้นมันจะแปลงเป็นเพียงแค่งานที่ซ้ำจากจำเจ ขายสินค้าเก่า แม้กระนั้นไม่มีอะไรให้จำ อย่าง Spider-Man 2 มี Theme หลักคือ “เหนื่อยที่จะเป็น Spider-Man” Iron Man 3 มี Theme “ถ้าหากไม่มีชุดแล้วจะเป็นยังไง” The Dark Knight ใช้ Theme “จะตายอย่างวีรบุรุษ หรืออยู่กระทั่งเห็นตัวเองเป็นวายร้าย” หรืออย่าง Captain America: The Winter Soldier ก็มี Theme หลักว่าด้วย “ความไม่ไว้ใจ” คำถามคือ The Amazing Spider-Man 2 มี Theme หลักหรือไม่

คำตอบคือ “ไม่ทราบเหมือนกัน” Spider-Man ภาคนี้มีข้อความสำคัญ มีเรื่องราว มิได้กะขาย Action สิ่งเดียว แม้กระนั้นช่วงเวลาเดียวกันข้อความสำคัญที่หนังต้องการจะเล่ามันก็เยอะแยะ กระทั่งล้น ผสมกันไม่ลงตัว และก็คิดไม่ตกว่าจะยกเรื่องไหนเป็นประเด็นหลักดี แถมเพียงพอถึงช่วงจะเฉลยคำตอบปิดข้อความสำคัญ ก็ฉุดกระชากเกินไป กระทั่งน่าเสียดายสิ่งที่พยายามปูมา ตั้งแต่ข้อความสำคัญเรื่อง “บิดา” ที่ปูกันมาภาคที่แล้ว ราวกับจะให้เป็นประเด็นหลัก แม้กระนั้นเพียงพอมาเฉลยคำตอบในภาคนี้ก็มิได้มีความคิดว่ามันเป็นสิ่งที่น่าทึ่งอะไร ข้อความสำคัญครอบครัวระหว่าง “Peter” กับ “ป้า May” ก็ไปไม่สุดและก็แปลงเป็นเพียงแค่ฉากเฮฮาๆเสียมากกว่า ข้อความสำคัญความรักของ “Peter” (Andrew Garfield) กับ “Gwen” (Emma Stone) ซึ่งดูน่ารักดี แม้กระนั้นเพียงพอถึงบทสำคัญ กลับให้เวลาน้อยเกินไป แถมในช่วงท้ายหนังยังพยายามใส่ข้อความสำคัญ Spider-Man Return เข้ามาอีก ทั้งๆที่ข้อความสำคัญในช่วง 10 นาทีท้ายที่สุดมันสามารถเอาขยายไปเป็นอีกภาคได้เลย เพียงพอเอามาเล่าในระยะเวลาเพียงแค่ 10 นาที มันเลยมีความคิดว่าไม่สุด และก็แปลงเป็นส่วนเกินไป

สไปเดอร์แมน 1 ผ่านมาที่ฝั่งตัวร้าย ภาคนี้ก็ยังคงปัญหาเดิมๆคือ “น่าผิดหวัง” โดยเฉพาะ “Electro” ที่อุตส่าห์ได้ Jamie Foxx มาเล่น และก็การปูข้อความสำคัญเรื่อง Nobody และก็การเปลี่ยนจาก Fanclub มาเป็น Anti-fan ในช่วงแรกก็ดูน่าดึงดูดดี แม้กระนั้นพอกลายเป็นมนุษย์ไฟฟ้าเต็มกำลัง Electro ก็แปลงเป็นเพียงแค่ตัวร้ายดาษๆที่มีไว้โชว์ Effect งามๆเวลาสู้กับ Spider-Man อีกที ส่วน “Harry Osborn” (Dane DeHaan) หนังก็ปูเรื่องราวของ Harry ได้ไม่สุด ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์ของเขากับเพื่อนเก่า Peter หรือความเกี่ยวข้องของ Harry กับบิดา ทำให้มิติของ Harry ดูก่อนบเรียบไปหน่อย แถมเพียงพอช่วงแปลงเป็น Green Goblin ก็ดูความน่าสะพรึงกลัวจะน้อยกว่าตอนเป็น Harry เสียอีก แม้กระนั้นอย่างต่ำ Dane ในช่วงที่เป็น Harry ก็ยังเพียงพอทำให้พวกเราได้มั่นใจว่า ไอ้เด็กคนนี้มันสามารถเป็นหัวหน้าทีมวายร้าย The Sinister Six ได้ (หนังภาคแยกที่ Sony คิดแผนจะสร้างถัดไป) ส่วนตัวร้ายอีกคนภายในเรื่องอย่าง “Rhino” (Paul Giamatti) งานดีไซน์งาม แม้กระนั้นรู้สึกว่าถ้าหากเอาออกไปก็คงจะช่างเถิด

แม้กระนั้น ถ้าหากดูเอาสนุก The Amazing Spider-Man 2 ก็ยังให้ได้ในจุดนี้ ซึ่งต้องขอบคุณมากงานด้านภาพและก็เสียงที่ช่วยดึงอารมณ์ สร้างความตื่นเต้นให้กับพวกเราได้พอสมควร คิดออกว่า Marc Webb เคยพูดว่า เหตุที่เลือก Electro มาเป็นวายร้ายภาคนี้ เนื่องจากว่าเอื้อให้หนังสร้างและก็ใส่ฉาก Action อันสดใหม่และก็น่าละลานตาเข้าไป ซึ่ง Marc ก็บอกถูก VFX สายฟ้าของ Electro ทำออกมาได้อย่างงาม ยิ่งประสานกับมุมกล้องที่มีใช้ Slowmotion แบบพอดิบพอดีๆทำให้ดูแล้วมันส์มากมาย แม้กระนั้นที่เด่นที่สุดคืองานด้านเสียง ที่ Marc เลือกใช้แนวเพลงแบบ Dupstep (แนวอิเล็กทรอนิกส์แบบหนึ่ง) ถือว่าแปลกใหม่มากมายกับหนัง Superhero แม้กระนั้นก็กับตัว Spider-Man มากมาย เนื่องจากว่าฟังแล้วมันให้ความรู้สึกวัยรุ่นปนสั้นๆแบบที่ Spider-Man เป็น หลายช่วงงานด้านเสียงเด่นมากมาย กระทั่งต้องโยกตัวไปตามจังหวะดนตรีเลย

จะว่าไปก็ไม่แปลกใจที่งานด้านเสียงและก็ภาพจะสะดุดตาขนาดนี้ เนื่องจากว่า Marc Webb นั้นเติบโตมาจากสายควบคุม MV อยู่แล้ว งานที่ผมถูกใจมากมายของ Marc อย่าง 500 Days of Summer ก็เป็นงานที่ใช้เสียงดนตรีผลักดันอารมณ์ได้อย่างน่าประทับใจ แม้กระนั้นในขณะเดียวกัน การที่ Marc มาจากสาย MV ก็อาจก่อให้ Marc มีปัญหากับการเล่าหนังปริมาณยาวได้เหมือนกัน The Amazing Spider-Man 2 ให้ความรู้สึกราวกับการนั่งดู MV ดีๆหลายตัว ซึ่งถ้าหากดูแยกเป็น MV ไป มันจะดูดีมากมาย แม้กระนั้นเพียงพอจับเอามารวมกัน ภาพรวมกลับออกมาแบบขาดๆเกินๆไปแทน

อย่างหนึ่งที่มีความคิดว่าขาดมาตั้งแต่ภาคที่แล้วก็คือ การเป็น Superhero สู้ชีวิตของ Spider-Man ฐานะไม่ค่อยดี ต้องดำเนินงานไปด้วย เรียนไปด้วย ช่วยคนไปด้วย ช่วงเวลาเดียวกันก็ต้องพยายามรักษาความรักของตนให้รอด ไม่ทราบเป็นความตั้งมั่นหรือยังมิได้เล่าของผู้ผลิต ที่กลับเลือกละทิ้งสเน่ห์ส่วนนี้ไป และก็หันไปเน้นเฉพาะมุมมองความสั้นแทน Spider-Man ในแบบ Andrew Garfield แปลงเป็น Spider-Man ที่ดูสมบูรณ์แบบเกินไป (ยิ่งใบหน้าพี่เอ็งก็หล่อชอบใจสาวอยู่แล้ว) ดูไม่ค่อยมีเรื่องให้เดือดเนื้อร้อนใจเท่าใด ขนาดฉากสำคัญช่วงท้าย ก็ให้เวลาซึมเศร้าเพียงแค่ไม่นาน รวมทั้งไปข้อความสำคัญอื่น

ทดลองคิดเล่นๆว่าถ้าหากสมมุติ หนังลดข้อความสำคัญอันวุ่นวายในภาคนี้ลงให้เหลือแค่เรื่องความรักของ Peter กับ Gwen เป็นหลัก ซึ่งเป็นจุดที่ทำเป็นดีมากอยู่แล้ว เนื่องจากว่า Marc ถนัดแนวนี้อยู่แ้ล้ว ยิ่งในชีวิตจริงทั้ง Andrew กับ Emma ก็คบกันจริง ยิ่งเพิ่มพลังจิ้นเข้าไปใหญ่ และก็เพิ่มเติมอีกประเด็นการสู้ชีวิตของ Spider-Man เข้าไป มันอาจก่อให้พวกเราได้หนัง Superhero ที่โรแมนติกที่สุดมาก็ได้ (อาจแถมน้ำเสียนิดด้วยๆ) และก็ฉากสำคัญช่วงท้ายเรื่องก็จะยิ่งทรงอำนาจได้มากกว่านี้

สรุปคือ Spider-Man ภาคนี้ก็เป็นภาคที่ดูสนุกนั่นแหละ แม้กระนั้นมันความสนุกสนานร่าเริงที่ไม่ประทับใจ ถ้าหากสมมุติอีก 5 ปีด้านหน้า Sony เกิด Remake/Reboot ไอ้แมงมุมขึ้นมาใหม่อีก พวกเราก็พร้อมที่จะลืมเลือนภาคนี้ไปได้โดยง่าย

Amazing Spider Man 1

ดิ อะเมซิ่ง สไปเดอร์ แมน 1 

game of thrones season 8

แฟนๆบางคนบางทีก็อาจจะกำลังไล่มองตั้งแต่ Season 1-7 ทุกตอนอยู่เลยก็ว่าได้ เพื่อเป็นการทบทวนว่ามีเรื่องสำคัญๆอะไรเกิดขึ้นบ้าง game of thrones season 8

แต่สำหรับแฟนๆบางคนที่ขี้คร้านไปพบมอง หรือใครกันแน่ที่ยังไม่เคยมอง พวกเรามีไกด์พิเศษมาเสนอแนะ คุณสามารถมองตอนพวกนี้ แล้วก็ทราบเรื่องราวหรือเรื่องสำคัญๆต่างๆอย่างโดยสังเขป ไม่ว่าจะใครกันแน่ตาย ใครกันแน่พวกไหน หรือเกิดอะไรขึ้นบ้าง เพียงแค่นั้นก็พอเพียงที่จะไปรับดูมหาศึกชิงบัลลังก์ Game of Thrones Season 8 แล้ว

Game of Thrones Season 8

มหาศึกชิงบัลลังก์ ปี 8